ราคาถือเป็นสิ่งที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลาในตลาดหุ้น ดังนั้นนักลงทุนจึงใช้เครื่องมือทางเทคนิคมาช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจ ทั้งนี้รูปแบบการวิเคราะห์มีหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้เราจะมาแนะนำหนึ่งในเครื่องมือที่มีรูปแบบการวิเคราะห์แบบ Indicator

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ Indicators คืออะไรคลิก คลิกที่นี่

 Price ROC คืออะไร

Price ROC หรือ Price Rate Of Change คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาปิดล่าสุด กับราคาปิดของวันที่เปรียบเทียบ ว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องมือวิเคราะห์แบบหนึ่งใน Indicator ซึ่งจะช่วยบอกนักลงทุนได้ว่าแนวโน้มของกราฟราคากำลังจะมีจำนวนการขายมากเกินไป (Oversold) หรือ มีจำนวนการซื้อมากเกินไป (Overbought)

วิธีการคำนวณ Price ROC

Picture2

Closing PriceT     คือ ราคาปิดล่าสุด

Closing PriceT-n คือ ราคาปิดเมื่อ n วันก่อนหน้า

n คือ จำนวนระยะเวลา ขึ้นอยู่กับนักลงทุนว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใด สามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่ 1-200 วันหรือมากกว่านั้น โดยส่วนใหญ่ระยะสั้นและกลางมักนิยมใช้ระยะเวลา 12 และ 25 วัน

วิธีการอ่านค่า Price ROC

ค่า Price ROC ไม่มีการจำกัดจุดสูงสุดและต่ำสุด ดังนั้นค่าที่เหมาะสม จะขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ ความผันผวนของราคา และดุลพินิจของนักลงทุน เช่น -5/+5, -6.5/+6.5, -15/+15 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น โดยในตัวอย่างจะเลือกใช้ จำนวนระยะเวลาเท่ากับ 12 วัน และ Price ROC = -6.5/+6.5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นค่าที่นิยมมากที่สุด

ยกตัวอย่าง การใช้ค่า Price ROC = -6.5/+6.5 เปอร์เซ็นต์ ในการหาจุดซื้อจุดขาย

  • Price ROC < -6.5% หมายถึง ราคาปัจจุบันต่ำกว่าราคาในอดีต n วัน -6.5% คือ เกิด Oversold เป็นจังหวะในการเข้าซื้อ
  • Price ROC > 6.5% หมายถึง ราคาปัจจุบันสูงกว่าราคาในอดีต n วัน 6.5% คือ เกิด Overbought เป็นจังหวะในการขายออก

ข้อควรระวัง หากใช้ Price ROC กับหุ้นขนาดเล็กที่มีราคาต่ำ การขยับขึ้นลงของราคา 1 ช่องจะมีการเปลี่ยนแปลง(%) ค่อนข้างมาก เช่น 0.01 บาท เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของราคาเป็น 0.02 บาท จะทำให้ Price ROC จะเพิ่มขึ้นเท่ากับ 100% ในทันที

ยกตัวอย่างการใช้ Price ROC จากสถานการณ์จริง

Capture..

จากกราฟจะเห็นได้ว่า Price ROC จะสามารถบอกสัญญาณในการเข้าซื้อและขายออกได้

  • พื้นที่สีฟ้า คือ ช่วงที่ Price ROC ต่ำกว่า -6.5% หมายถึง ราคามีการปรับตัวลดลงมาก เป็นช่วงที่สามารถหาจุดในการเข้าซื้อได้
  • พื้นที่สีส้ม คือ ช่วงที่ Price ROC มากกว่า 6.5% หมายถึง ราคามีการปรับตัวเพิ่มขี้นมาก เป็นช่วงที่สามารถหาจุดในการขายออกได้

อย่างไรก็ตาม ควรมีการใช้เครื่องมือ Indicator อื่นมาร่วมประกอบการคาดการณ์และตัดสินใจด้วย

TIPS : หาก Price ROC มีค่าใกล้เคียง 0 หมายความว่า กราฟราคามีการขยับตัวเล็กน้อย หรือแทบไม่มีการขยับตัวเลย

Capture3

Price ROC กับ Signal line

การหาจังหวะในการเข้าซื้อหรือขายออกนั้น สามารถใช้เส้น Signal Line เข้ามาช่วยได้

Capture4

จากกราฟจะเห็นได้ว่ามีการบอกจังหวะการซื้อและขาย คล้ายกับการกำหนดค่า Price ROC -6.5/+6.5% การใช้เส้น Signal Line เข้ามาช่วยนั้นจะช่วยบอกจังหวะการซื้อขายแทนในกรณีที่การกำหนดค่า Price ROC ไม่สามารถบอกจังหวะการซื้อขายได้ แต่จะมีการบอกจังหวะการซื้อขายในระยะเวลาสั้นๆ และค่อนข้างซับซ้อนกว่า จึงเหมาะแก่นักลงทุนระยะสั้นที่มีประสบการณ์

วิธีการใช้งานโปรแกรมต่างๆเพื่อดูค่า Price ROC 

วิธีที่ 1 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม  Trademaster 

  1. เมื่อเข้าสู่ระบบใน Trademaster แล้วให้คลิกที่ Chart
  2. จากนั้นให้คลิกที่ Auto Chart
  3. จากนั้นให้ใส่ชื่อหุ้นที่ต้องการในช่องค้นหา
  4. คลิกที่ไอคอน Indicators > Trend Indicator >  Price ROC > เลือกจำนวน Period ที่นักลงทุนต้องการ
Capture5

วิธีที่ 2 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม Aspen for browser

  1. เข้าระบบในโปรแกรม Aspen
  2. จากนั้นให้กดไปที่ Chart หลังจากนั้นสามารถค้นหาหุ้นที่ต้องการได้ในช่องค้นหา
  3. คลิกไปที่ Add Indicator to New Panel
  4. คลิกไปที่ Price Rate Of Change (.PRC)

เพิ่มเติม

  1. หากต้องการเปลี่ยน Period ให้คลิกที่ ในกล่องสี่เหลี่ยม
  2. Double Click ที่ Parameters
  3. เลือกจำนวน Period ที่นักลงทุนต้องการ
Capture6

วิธีสแกนหาหุ้นที่มีสัญญาณ Trade Master

  1. หลังจากเข้าระบบในโปรแกรม Trade Master แล้ว ให้คลิกที่ Strategy
  2. จากนั้นคลิกที่ Strategy Builder
  3. พิมพ์ Price ROC ในช่องค้นหา Indicator
  4. คลิกที่ Price ROC
  5. เลือกช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องการ
  6. เลือกค่า Price ROC ที่นักลงทุนต้องการ
  7. หุ้นที่ตรงกับเงื่อนไขจะแสดงบนโปรแกรม Trade Master
Capture7

รับชมคลิปวิดีโอ ทริปเด็ด ๆ จากกูรูหลักทรัพย์บัวหลวงต่อได้ที่นี่