วันนี้เราจะมาพูดเรื่อง เจ้ามือ 

หลายคนสังเกตไหมว่าทำไม ลงทุนอย่างไงก็ไม่ชนะสักที หรือได้กำไรไม่ได้เต็มที่ ในทางกลับกันยิ่งอยากเอาชนะ กลับกลายเป็นยิ่งแพ้ สิ่งนึงที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกตลาดมันมีเจ้ามือ พูดกันตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมเลย คือถ้าใครไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ อย่าอ่านเลยครับ เสียเวลามาก ถ้าคุณยังไม่เชื่อว่ามันมีอย่างนั้นจริง ๆ 

ผมทำงานในวงการนี้มาสักพักนึง  แต่เจ้ามือที่ผมเจอเนี่ยไม่ได้เกี่ยวในทางเมืองไทยโดยตรง เพราะผมทำงานกับต่างประเทศเป็นหลัก  เจ้ามือในเมืองนอกเท่าที่ผมสังเกตก็จะเป็น กองทุนต่าง ๆ ธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางยุโรป เรียกว่าพวกนี้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นกันมาก สามารถกำหนดราคาตลาดได้เลยทีเดียว เพราะว่าหลาย ๆ ครั้งที่ราคามีการวิ่งขึ้นลง อย่างผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมาก ๆ ๆถึงมาก ๆ 

คน ๆ นึงเก่งมากแต่น่าเสียดายตายไปแล้วคือ  เอกยุทธ อัญชันบุตร ได้แนะนำวิธีของเจ้ามือไว้ว่า
ผมจะเสริมในบางประเด็นให้ครับ 

สำหรับ 5 หลักการคร่าวๆ ที่ขอแนะนำให้นักลงทุนรายย่อยได้พึงสังเกตพฤติกรรมและวิธีการเล่นของ “เจ้ามือ” ว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากหุ้นแต่ละตัวนั้น จะมีปัจจัยพื้นฐานและความน่าสนใจที่แตกต่างกัน จึงต้องมีรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้…คือ

1.พฤติกรรมย่ำราคา โดยสังเกตได้จาก Bid ด้านซ้าย จะหนามากๆ และมีปริมาณการซื้อ-ขายที่มาก ในระดับราคาที่ยืนอยู่นิ่งๆ นานๆ โดยแนะนำให้สังเกตดูเป็นรายชั่วโมง เพราะจะสามารถแยกรูปแบบการเล่นนี้ ออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ

1.1 ย่ำราคาเพื่อเรียกร้องความสนใจ…จะ เป็นการสร้าง Volume แบบหนามากๆ ตลอดเวลา โดยราคาไม่ได้พุ่งขึ้นตามไป ถือว่าเป็นการ “โชว์” ให้นักลงทุนได้เห็นว่า หุ้นตัวนั้นๆ มีแนวโน้มที่จะ “เล่น” กันในระยะเวลาอันใกล้นี้ เปรียบได้กับเป็นอีกรูปแบบที่
“เจ้ามือ” ทยอยเก็บของ เพราะหาก “เจ้ามือ” ซัดช่องขวาเข้าไปเมื่อไหร่ ราคาจะวิ่งขึ้นทันที

ถ้ายังงง ผมจะเล่าให้ฟัง ถ้ามีคนไล่ซื้อ ๆ ๆ  ๆ  อย่างเดียว เรียกว่าฝั่งซื้อหนาแน่นมาก จะเหลือฝั่งอะไรที่คนไม่ค่อยสนใจ ก็จะเหลือฝั่งขายที่คนไม่ค่อยสนใจ เหมือนรถไปติดฝั่งใดฝั่งนึงมากไป พอคันใดคันนึงไม่อยากติดอยู่เลนที่รถติดแล้วไปเลือกอีกฝั่ง คิดดูว่าอีกฝั่งจะสะดวกขนาดไหน อย่างรูปที่เอามาโชว์ เราจะดู Volume จากช่องสีฟ้ากับสีแดงครับ ว่ามีคนขายหรือซื้อมากน้อยเพียงใด มีการตั้งราคาในฝั่งไหนมากกว่ากัน ในโปรแกรมที่ผมใช้ซื้อขายจริง ๆ สามารถดูได้ครับ แต่ไม่สามารถเอามาเปิดเผยได้ 

1.2 ย่ำราคาเพื่อทุบลง…เป็นการสร้าง Volume แบบหนาๆ เพื่อหลอกล่อให้นักลงทุนเข้ามาเล่น จากนั้นหากได้จังหวะ ก็จะยก Bid ทิ้งออกไป เพื่อตบราคาให้ร่วงลงมา หากนักลงทุนรายใด “ตกใจ” และ “เทขาย” ของออกมา

“พฤติกรรมย่ำราคานี้ ให้สังเกตดีๆ ว่า จะมี Volume หนาแน่นมาก 2-3 ช่องในด้านซ้าย (Bid) ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก”

เจ้ามือเนี่ยจะกดราคาหลอกให้ดูเหมือนว่าจะลง เรียกได้ว่าหลอกด้วยจิตวิทยาล้วน ๆ ครับ เล่นกับความกลัวของคน พอคนตกใจก็เริ่มกลัว กลัวว่าจะลงก็ทำการขายทิ้งทันที แต่อย่าลืมว่าพอเราขายทิ้งไป ก็จะมีคนรับซื้อของถูกทันที เป็นเหมือนกันทุกตลาด

2.พฤติกรรมสร้าง Volume มากๆ แบบผิดสังเกต โดยที่ราคาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก อาจขึ้น-ลง แค่ 1-2 ช่อง…วิธีนี้ให้นักลงทุนรีบย้อนหลังกลับไปดู Volume การซื้อ-ขายอย่างต่ำ 1-2 เดือน เพราะหากดูประวัติย้อนหลังแล้วพบว่า Volume การซื้อ-ขาย
น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลยนั้น แต่อยู่ๆ กลับมีขึ้นมาอย่างผิดสังเกต ถือว่า “เจ้ามือ” กำลังสร้าง Volume เพื่อเตรียมทำราคา วิธีการนี้หากนักลงทุนรายใด มีหุ้นตัวนั้นๆ อยู่ในมือก็ให้ท่องจำอยู่ในใจว่า “อย่าขาย” เด็ดขาด เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะทำราคากันขึ้นไป
เล่นในเร็ววัน

“พฤติกรรมสร้าง Volume หนักๆ เช่นนี้ โดยราคายังนิ่งๆ ทั้งที่แต่เดิม Volume ของหุ้นนั้นแทบจะมีน้อยมาก หรือไม่มีเลย ทำให้นักลงทุนบางคนอาจตื่นตระหนก แล้วรีบเทขายออกมา เพราะเห็นว่า หุ้นที่ตัวเองถืออยู่นี้ ราคาไม่ได้วิ่งมานาน จึงกลัวจะต้องถือยาวกว่านี้
เมื่อเทขายหุ้นออกมา ก็เข้าทาง “เจ้ามือ” ที่วางกลอุบายเอาไว้แล้ว และสามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้นอีก”

3.พฤติกรรมลากไปติดดอย มีวิธีสังเกตคือ ฝั่ง Offer จะหนามาก ในขณะที่ Bid จะเบาบาง และมีราคาวิ่งขึ้นตลอด ถือว่าเป็นยุทธวิธีที่ “เจ้ามือ” วางกับดักล่อ โดยจะกินช่องขวา (Offer) ตลอด เมื่อมีคนแห่เข้ามาเล่นตามในช่องขวาเป็นจำนวนมาก ถึงจุดหนึ่ง
ที่ “เจ้ามือ” จะออกของก็จะไล่ราคาร่วงลงมาได้ในทุกระดับ เพราะเจ้ามือสามารถออกของได้ทุกระดับราคาอยู่แล้ว โยนออกมาไม้ไหนก็มีแต่กำไร

“พฤติกรรมนี้ ให้นักลงทุนสังเกตให้ดีๆ ว่า หากมีการไล่ราคาในช่องขวา (Offer) ขึ้นไปกันหลายช่องและวิ่งขึ้นตลอด อย่าเข้าไปซื้อเด็ดขาด เพราะถ้าเข้าไปก็มีสิทธิติดยอดดอยกันได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ รอให้มีการทุบราคาลงมาจนเห็นสีแดงนานๆ ก็อาจเข้าไปซื้อได้ แต่ต้องดู
ประวัติย้อนหลังของหุ้นตัวนั้นๆ ด้วยว่า น่าเล่นหรือไม่”

วิธีการแก้ในข้อนี้คือ การตีเส้นแนวรับแนวต้านครับ เทรดในกรอบ จำไว้อย่างนึงคือ
แนวรับมีไว้ซื้อ 
เนวต้านมีไว้ขาย 

หากตีแนวรับตีต้านได้เล่นในกรอบโอกาศขาดทุนมีน้อยมาก แต่หากหลุดไปทางใดทางนึงมาก ๆ อาจต้อง cut loss ออกครับ แต่ต้องมีวินัยในการลงทุนมาก ๆ ครับ 

4.พฤติกรรมเจ้ามือใหญ่เล่นหุ้นปั่นตลอด ให้สังเกตว่า Volume ทั้งด้านซ้าย (Bid) และด้านขวา (Offer) จะหนามากๆ และตลอดเวลา อีกทั้งราคาจะมีการวิ่งขึ้น-ลง วันละ 10-20 ช่องตลอด ซึ่งรูปแบบการเล่นเช่นนี้ ขึ้นกับนักลงทุนเองว่า จะมีความเร็วในการ
“เข้า-ออก” หรือไม่ เพราะราคาจะสวิงขึ้น-ลงตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษคือ หากราคาไปหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับไหนนานๆ ให้ตระหนักไว้เลยว่า มีสิทธิที่จะลากขึ้นไปไกล หรือทุบลงมาอย่างแรงได้ทั้งสองทาง จึงขึ้นกับความไวของตัวนักลงทุนเอง

“วิธีนี้ขึ้นกับตัวเจ้ามือแล้วว่า จะทำให้นักลงทุนติดยอดดอยกันในระดับราคาไหน เพราะเขาสามารถออกของได้ทุกระดับราคา จากนั้นเมื่อทุบร่วงลงมาก็จะเข้าไปช้อนซื้อเก็บไว้ จากนั้นก็จะนำกลับมาเล่นกันใหม่ หุ้นลักษณะนี้จะพบว่า มีการเล่นกันตลอดทั้งสัปดาห์ อาจมีหยุดบ้างก็
1-2 วัน แต่ Volume ก็ยังมีให้เห็นอยู่”

5.พฤติกรรมเจ้ามือใหญ่เล่นหุ้นปั่นเป็นรอบ วิธีนี้จะเล่นกันสัปดาห์ละครั้ง หรือสองครั้ง จึงขอให้นักลงทุนต้องย้อนกลับไปดูประวัติย้อนหลังของหุ้นที่อยู่ในระดับต่ำ สุดที่นิ่งนานๆ บวกกับการดูราคาที่วิ่งขึ้นไปสูงสุดว่าอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วนำมาหารครึ่ง เพื่อดูราคาว่า ระดับไหนถึงจะซื้อได้
ตัวอย่างเช่น หากหุ้นตัวนั้น เคยอยู่ที่ระดับต่ำนิ่งๆ ประมาณ 4 บาท แต่มีการทำราคาไล่ขึ้นไปแตะสูงสุดที่ 12 บาท ดังนั้น ราคาที่เหมาะสมที่น่าจะซื้อได้จึงอยู่ที่ระดับ 8 บาทต่อหุ้น (12-4 = 8)

“พฤติกรรมการเล่นเป็นรอบนี้ นักลงทุนต้องพึงระวังว่า เจ้ามืออาจจะกลับมาเล่น หรือไม่เล่นเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความน่าสนใจของหุ้นตัวๆ นั้นว่า เป็นที่สนใจของนักลงทุนหรือไม่”

นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า วิธีการทั้งหมดนี้…อยากบอกว่า เป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องใช้เวลาในการศึกษาและติดตามอย่างใกล้ชิด ตนไม่สามารถยกตัวอย่างหุ้นเป็นรายตัวออกมาให้เห็นได้ เพราะเกรงจะมีข้อกฎหมายตามมาภายหลัง แต่เชื่อว่า หากนักลงทุนที่เล่นหุ้นกันอยู่ในตลาดหุ้น
ไทย คงรับทราบดีว่า หุ้นตัวไหน เป็นหุ้นที่เข้าข่ายใด ใน 5 พฤติกรรมข้างต้น เพื่อที่จะได้รู้ว่า ตัวเราเองจะเล่นแบบไหน และจะสังเกตวิธีการที่เจ้ามือเล่นกันได้อย่างไร แต่ที่สำคัญคือ นักลงทุนต้องพึงระลึกว่า “อย่าโลภ” ถ้าอยากเล่นหุ้นปั่น หากได้กำไรแค่ไหน จงนึกเสมอว่า…
อย่าเป็น “เสือหวน” เด็ดขาด
สมัยก่อนเวลาทำราคาหุ้นคนทำเนี่ยไม่ค่อยจะดูพื้นฐานกันเท่าไหร่หรอกครับ เรียกได้ว่าเค้าชอบหุ้นตัวนี้ ก็จัดการเลยคือก็ปั่นเลย จะเห็นว่าตลาดหุ้นก่อนปี พ.ศ. 2540 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง หุ้น PE 30-40 เท่าเต็มตลาดเลยครับแต่สมัยนี้ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นแรงๆไม่มีพื้นฐานรองรับ กลต. เขาจะติดป้าย “หลักทรัพย์ที่สมาชิกต้องให้ลูกค้าวางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อ” เพื่อลดความร้อนแรง 
อย่างที่กล่าวมานั้นคือรูปแบบนึงของการที่เจ้ามือได้หลอกเรา มันจะมีรูปแบบของการปล่อยข่าวสารออกมาอีก สมัยนี้การเล่นข่าวสารนิยมทำกันมาก ในเมืองนอกที่ชอบทำกันอย่างมากครับ เรียกว่าปล่อยข่าวออกมากมายเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง สับสน นักลงทุนหลงทาง อย่างที่ใคร ๆ รู้ ว่าเมืองนอกจะมีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ มีการคาดการณ์ไว้เรียบร้อย นั้นก็เป็นส่วนนึงของเจ้ามือในการหลอกเราครับ 

ความรู้ทุกอย่างที่กล่าวมาก็เป็นความรู้เดิม ๆ นะครับไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนเขียนหรือไม่เคยมีคนออกมาบอก ทุกอย่างมีคนออกมาเตือนหมดแล้วว่า ตลาดบางทีมันก็ไม่เป็นดั่งที่เราคิดนะ มันไม่ใช่ตลาดที่มีความสมบูรณ์เลย คุณ ๆ และผม ต้องติดอาวุธทางสมองกันตลอดเวลาเพื่อป้องกันการหลอกจากเจ้ามือ
“เชื่อว่า หากนักลงทุนเข้าใจในหลักการนี้แล้ว ต่อไป…บรรดา “เจ้ามือ” ทั้งหลายก็คงต้องมีวิวัฒนาการใหม่ๆ ออกมา เพื่อไม่ให้ “รายย่อย” ได้ตามทัน มิเช่นนั้น… “เจ้ามือ” เองก็คงไม่สามารถ “ล่อ” แมงเม่าให้เข้ามาในกองไฟได้อีก
วันนี้หนักไปทางตลาดหุ้น ตอนต่อไป จะหนักไปทาง ทองคำ อย่างเดียวเลยครับ เอาจากการทำงานของผมมาเล่าสู่กันฟังเลยครับ